2006/Mar/12

ชีวิตของคนแต่ละคนบนโลกกลมๆ เบี้ยวๆ ใบนี้
ล้วนมีความคล้ายและความต่างกันทั้งสิ้น
ในบางส่วนของบางคน อาจคล้ายกัน
แต่ก็ไม่มีใครคนใด คู่ใด
ที่จะมีชีวิต ความคิด การเติบโต ที่เหมือนกัน ทับกันโดยสนิท

ก็คงคล้ายกับต้นไม้แต่ละต้นที่งอกงามอยู่บนผืนดิน
แม้จะเป็นประเภทเดียวกัน พันธุ์เดียวกัน ออกมาจากฝักต้นแม่ต้นเดียวกัน
ไม่ว่าอย่างไร ก็ยังมีความต่างกันอยู่ดี

ในแต่ละย่างก้าวของชีวิต
คนทุกคนต้องเรียนรู้ และ เติบโต
มีคนเคยบอกฉันไว้ว่า เพราะเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการพัฒนา
ในทุกลมหายใจ เราทุกคนต่างเติบโตขึ้นทีละน้อย ในทิศทางที่ต่างกันไป
ไม่ใช่ในแง่ร่างกายเพียงอย่างเดียว
แต่รวมถึงการเติบโตทางจิตใจด้วย

ในก้าวหนึ่งของความรัก
ก้าวที่ฉันเหยียบย่างผ่านไป
ฉันเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากย่างก้าวนี้
ทั้งสุข ทุกข์ เจ็บปวด และผิดหวัง
เป็นก้าวที่ทำให้ชีวิตของฉันมีบางสิ่งมากกว่าความเรียบง่ายในธรรมดาทุกวัน


หนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา
ชีวิตของฉันจมอยู่ในความรัก
รักที่ผิดหวัง เจ็บช้ำ
จมอยู่ในความหวังที่แสนริบหรี่ ที่ความรักจะกลับมาสวยงามเหมือนที่เคย
จมอยู่ในความขุ่นมัว ของความไม่เข้าใจ และไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น
จมอยู่ในห้วงทุกข์ ได้ทุกขณะจิต


ในช่วงแรกๆ คนรอบข้าง ต่างสงสาร เห็นใจ และเป็นห่วง
คอยดูแล ปลอบโยน หวังให้หายเศร้า คลายทุกข์
ต่างก็บอกให้ลืมไปเสีย รักที่ไร้ค่า
รักแค่ไม่นาน ลืมไปเถอะ รอความรักใหม่ๆ ที่จะเข้ามาดีกว่า
ฉันรับฟัง ฉันรับรู้ แต่ฉันไม่คิดจะลืม
ฉันดื้อ ฉันบอกพวกเขาเช่นนั้น

นานวันเข้า ความสงสาร เริ่มเปลี่ยนเป็นความระอา
เหนื่อยหน่าย ระอาใจ ที่ฉันไม่ยอมปล่อยวางเสียที
ยังคงจมอยู่กับความทุกข์เดิมๆ อยู่นั่น
ทั้งๆ ที่จะเลิกเป็นทุกข์ก็ทำได้ แค่ "ตัดใจ"

ไม่ใช่ฉันไม่รู้ ไม่ใช่ฉันทำไม่ได้ ไม่ใช่ฉันไม่อยากทำ
แต่เพราะคนแต่ละคน มีวิถีทางในการเติบโตที่ต่างกัน

สำหรับบางคน สามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องราวต่างๆ ได้ในชั่วข้ามวัน
แต่บางคน ใช้เวลายาวนาน นานกว่านั้นมากนัก

เหมือนต้นไม้แต่ละพันธุ์ ที่ต่างก็ใช้เวลาเติบโต
ผลิดอกออกผล ยาวนานต่างกันไป

ต้นถั่วงอก ใช้เวลาเพียงวันสองวัน ก็เติบโตสวย
แต่นั่นคงไม่ใช่วิถีทางในแบบของฉัน

ฉันคงเป็นเหมือนเมล็ดของต้นไม้
ค่อยฝังตัวลงดิน ค่อยแหย่ราก โผล่ออกมาจากเปลือกแข็งที่หุ้มห่อ
แต่ละราก กว่าจะทะลุผ่านเปลือกหนา ต้องใช้เวลา และความเจ็บปวดไม่น้อย
รากอ่อน ต้องเข้มแข็ง แข็งแรงพอที่จะแทรกผ่าน รอยแยกของเปลือกออกมาได้
และเมล็ดน้อยนั้น ก็ต้องแข็งแรงพอจะต่อสู้กับสิ่งอื่นภายนอกเปลือกหนานั้นด้วย

ไม่ใช่ฉันไม่รู้วิธีที่จะคลายความทุกข์ที่ฉันมีอยู่
แต่เพราะมันเป็นวิถีทางของตัวฉัน ที่จะเติบโตในแบบนี้

ปีกว่า เมล็ดพันธุ์ของความรู้สึกของฉัน มันหยั่งราก แน่นหนา
เตรียมจะผลิใบเขียว ใบน้อย ใบแรก เพื่อรับแสงอาทิตย์ อีกครั้งหนึ่ง

ฉันเชื่อว่า ฉันเลือกทางเดินที่ดีที่สุดแล้วสำหรับตัวฉันเอง

ฉันได้พิจารณาความรู้สึกในทุกขณะที่จะก้าวเติบโตขึ้นในแต่ละครั้ง
แม้หลายครั้ง อาจจะผิดพลั้งบ้าง เจ็บปวดกลับมาบ้าง
แต่ฉันก็ได้เติบโตขึ้นเสมอ

ณ วันนี้ แม้ใบไม้ใบแรก ยังไม่ผลิ
แต่อีกไม่นาน อีกไม่นาน

ฉันเพียงรอคอยเวลา
รอเวลาที่พร้อม ที่สมบูรณ์ อย่างแท้จริง

เมื่อฉันมองย้อนกลับไปวันวาน
หากฉันฝืนทำตัวเป็นเหมือนต้นถั่วงอก
ฝืนจะลืม ฝืนจะตัดขาด ในเวลาอันสั้น

ฉันไม่แน่ใจว่า ในวันนี้ ฉันจะเป็นเช่นไร
อาจสับสนในความรู้สึก เพราะ ไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ด่วนตัดสินใจไป
หรือ อาจเป็นสุขกับสิ่งที่เลือก
ไม่มีใครรู้

เอาเป็นว่า ในขณะนี้ ฉันพึงพอใจกับ "สภาพ" ที่ฉันเป็นอยู่
และมั่นใจใน "การเติบโต" ที่ฉันกำลังก้าวย่างไปข้างหน้า

ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล
รอดูใบไม้ใบแรก โผล่พ้นดิน มารับแสงอาทิตย์ อันอบอุ่น
เพื่อที่จะเติบโตขึ้นเป็นไม้ใหญ่ ที่เข้มแข็ง ต่อไป

2005/Nov/28

ในความว่างเปล่า มีหลายสิ่งอยู่เต็ม
ในความเป็นตัวฉัน กลับไม่มีตัวฉัน
ในความเป็นตัวเขา อาจไม่ใช่ตัวเขา
...
เพื่อนคนหนึ่ง นำทางเปิดหัวใจฉันสู่โลกของ ความว่างเปล่า
...
ฉันเพิ่งเข้าใจคำว่า อย่ายึดติดใน "ตัวกู" "ของกู"
เพิ่งเข้าใจในความหมายที่มันควรจะเป็น หรือ น่าจะเป็น
มากไปกว่า ความเข้าใจลอยๆ ว่า อย่ายึดติดความเป็นเจ้าของ
คิดว่า เข้าใจ แต่ไม่เคย รู้สึก
...
เขาบอกว่า
ตัวของเราที่เราคิดว่า "รู้จัก" นั้น
เป็นเพียง "ความคิด" เท่านั้น
ตัวของเรา เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
เรารู้จักเรียนรู้ เติบโต ปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงตัวเอง
แต่เรากลับยึดติดว่า เราเป็นแบบนั้น แบบนี้ ตาม "ความคิด" ที่เราขีดกรอบเอาไว้
นั่นล่ะ ยึดว่า "ตัวเรา" เป็นเช่นนั้น
นั่นล่ะ "ตัวกู"
...
เช่นกัน
เมื่อเรา "คิดว่า" รู้จักใครคนหนึ่ง
"รู้จัก" ในตัวเขา
นั่นเรากำลังขีดกรอบ ว่าเรารู้จัก "ตัวเขาในความคิดของเรา"
มันไม่ใช่ "ตัวเขา" จริงๆ เลย
ต่อให้เป็นเจ้าตัวเอง
เชื่อว่า เขาก็ยังไม่รู้จักตัวเอง จริงๆ นัก
ก็คงไม่ต่างจาก เรา ๆ ที่ยึดติดความเป็น "ตัวตน"
จาก "ความคิด" ที่เราเป็น
ทั้งๆ ที่ "ตัวตน" ของเรา สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดทุกขณะ
...
แล้วทำอย่างไร ถึงรู้จักตัวเราได้
ฉันขอเอาคำที่เขากล่าวไว้มาแปะตรงนี้
นำความคิดดีดี มาเผยแผ่ เพื่อนคงไม่ว่ากันนะ ;)

ก็ไม่มี "ตัวเรา" จะรู้จักได้ไง

เราไม่ต้องไปรู้จัก "ตัวเรา" , "ตัวกู"

ที่พี่เขียนว่า what we are/ who we are is so spontaneous and momentary

เรารู้จักตัวเราได้แค่ ณ ปัจจุบันขณะ

มีสติกับสิ่งที่คิด สิ่งที่ทำ

นั่นล่ะรู้จักตัวเอง

by vichak panich

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://spaces.msn.com/members/pvichak/

...

ฉันมักมั่นใจเสมอว่า ฉันรู้จัก "ตัวเขา"

แต่แท้จริงแล้ว ฉันก็แค่ รู้จัก "ตัวเขาในความคิดของฉัน"

ก็แค่ "ตัวเขาในอดีตที่ฉันเคยสัมผัส"

ซึ่งนั่นอาจไม่ใช่ "ตัวเขาในเวลานี้ วินาทีนี้"

และ "ตัวฉัน" ที่ฉันรู้จัก ก็ไม่ใช่ "ตัวฉัน"

มันก็เท่านั้น

...

"รู้จักตัวเราในขณะ ปัจจุบัน ... มีสติกับสิ่งที่คิด ที่ทำ"

ฉันกำลังพยายาม

2005/Sep/25

ชิ้นส่วนที่หายไป *

ชีวิตเราก็เหมือนกับจิ๊กซอ

แต่ละคนที่ผ่านเข้ามา

แต่ละเรื่องราว

ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมต่อจิ๊กซอแผ่นนี้

จิ๊กซอแต่ละตัว มีที่เฉพาะของมัน

จิ๊กซอตัวหนึ่ง ไม่สามารถแทนที่อีกตัวหนึ่งได้

แม้ในบางที อาจจะดูเหมือนจะใส่ลงตรงช่อง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ... จิ๊กซอตัวอื่นถูกต่อลงไปมากขึ้น

ที่ว่างจะเหลือน้อยลง น้อยลง

เราจะพบเองว่า จิ๊กซอตัวใด ใส่ลงผิดที่

ก็เหมือนความสัมพันธ์ของคนเรา

บางครั้ง บางเวลาที่เราเหงา

อาจต้องการ "ใครสักคน" มาช่วยคลายเหงา

จนเมื่อเรามาพบ "ใครคนหนึ่ง"

เราจะรู้ว่า "ใครสักคน" แท้จริงแล้ว

ตำแหน่งของเขาอยู่ตรงไหน

แล้ว "ใครสักคน" คนนั้น

จะเป็นจิ๊กซอตัวสุดท้าย ที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหายได้หรือไม่

ณ เวลาหนึ่ง จิ๊กซอตัวหนึ่ง อาจเหมาะสมกับที่ที่มันอยู่

แต่ ... เมื่อผ่านไป

เราอาจต้องเปลี่ยนจิ๊กซอไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

อาจผิดที่บ้าง ถูกที่บ้าง

จนกระทั่ง ... ถึงตัวสุดท้าย

เราจะได้รู้ว่า

ที่เราต่อมาทั้งหมดนั้น

จะกลายเป็นภาพสมบูรณ์

เมื่อ จิ๊กซอชิ้นสุดท้าย ... ถูกเติมเต็ม

* เรื่องราวเก่าๆ ที่เคยบันทึกไว้

₪ A n E M o S ₪

Jigsaw ที่หายไป*