Just-Diary

ฝนตกเสียงดังอยู่ข้างนอกหน้าต่าง

ฉันตื่นขึ้นมากลางดึก

เฝ้ามองเจ้าเครื่องสีดำแบนๆ ที่มีเมาส์กระพริบๆ เรืองแสงอยู่ข้างๆ

ฉันเปิดมันขึ้นมา จ้องมองผ่านจอสี่เหลี่ยม

แล้วเริ่มการค้นหา ...ในอีกค่ำคืนหนึ่ง

....

หลายวันมานี่ ทุกครั้งที่ฉันเปิดเจ้าจอสี่เหลี่ยมนี่ขึ้นมา

แล้วเดินด้อมๆ มองๆ ดูแถวๆ นี้

ฉันจะพบ "เพื่อนบ้าน" อย่างน้อยก็คนสองคน เสียทุกครั้ง

บางครั้ง ฉันก็ถือวิสาสะ เข้าไป "บ้านใหม่" ของพวกเขา

แล้วก็พบรายชื่อ "เพื่อนบ้าน" คนอื่นๆ เพิ่มเติม

มันเป็นการค้นหา ... ที่ตามมาด้วยความรู้สึกที่ว่า "อ๋อ อยู่นี่เอง"

....

ที่ที่ฉันจากมา มี "เพื่อนบ้าน" นับร้อย ที่เรารู้จักกัน

ที่ที่ฉันจากมา คงมี "เพื่อนบ้าน" อีกหลายคน ที่ฉันไม่รู้จักเขา แต่เขารู้จักฉัน

ที่ที่ฉันจากมา ก็มี "เพื่อนบ้าน" มากมาย ที่ฉันรู้จักเขา แต่เขาอาจไม่เคยเห็นฉัน

หรือนี่คือ ... จุดเริ่มต้นของการตามหา

....

ฉันมาที่ใหม่ ด้วยชื่อใหม่

ไม่เหลือเค้าเดิมให้คาดเดา

ยกเว้นเสียแต่คนที่คุยกันเป็นประจำ ผ่านทางโปรแกรม chat ยอดนิยม

คงเห็นชื่อนี้เป็นชื่อแทนตัวฉันอยู่เสมอๆ

....

หรือ ฉันถือโอกาสหลบหนี

...

ก่อนพายุซัดเข้า "บ้าน" ไม่กี่วัน

ฉันตัดสินใจ ปิดประตูใส่กุญแจ "บ้านเดิม"เสีย

ด้วยมีคนบุกรุกที่ "น่ารังเกียจ" สำหรับฉัน

...

ชื่อใหม่ อาจทำให้ "เพื่อนบ้าน" หลายคนไม่คุ้นเคย

หลายคน ฉันไปเคาะรั้วบอกกล่าว ว่า "ฉันอยู่นี่"

โดยลืมบอกไปด้วยว่า "ฉัน" คนนี้ คือ คนไหนกัน

ไม่ใช่การพิสูจน์ "แฟนพันธุ์แท้"

แต่แค่อยากรู้ว่าใครสัมผัสเงาเดิมของฉันได้บ้าง

ตัวหนังสือของฉันยังเหมือนเดิม

ฉันก็ยังเป็นฉันเช่นเดิม

คุณจำฉันได้บ้างไหม ?

....

ผ่านไปพบบ้านคนคุ้นเคยเก่าๆ

ทำเอาคิดถึง ... นางฟ้าน้อย ... ที่ใครบางคนชอบเรียก

ฉันยังคิดถึง ... เจ้าตัวแสบ ... ที่กวนได้ทุกที่

แต่ฉันคิดถึง ... "ทะเลอุ่น" ... เป็นที่สุด

...

การค้นหา ยังคงดำเนินต่อไป

ทุกค่ำคืน

....

เสียงฝนยังคงตกอยู่ ไม่ขาดสาย

ฉันมองนาฬิกาที่มุมล่างขวาของจอสี่เหลี่ยม

ได้เวลาปิดมันลงอีกครั้ง

ทิ้งคำพูดก่อนนอนไว้ว่า

"ฉันเจอคุณแล้ว"

....

พรุ่งนี้ ... การค้นหาคงยังดำเนินต่อไป

พร้อมๆ กับการสำรวจ "เพื่อนบ้าน" ใหม่ๆ

คำว่า "เจอคุณแล้ว" คงดังไปพร้อมๆ กับ "ยินดีที่รู้จัก"

...

~ A n E M o S ~ ₪

เมื่อพูดถึงเรื่อง เวรกรรม ทีไร ฉันมักจะนึกถึงคำพระท่านสอน

"เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"

"หว่านพืชอย่างไร ได้ผลเช่นนั้น ... ทำกรรมเช่นใดไว้ ก็จะได้รับผลกรรมเช่นนั้น"

...

ทุกครั้งที่เห็นคนที่ได้รับผลกรรมที่ตนก่อไว้ ไม่ว่า จากข่าวบ้าง จากคำบอกเล่าบ้าง

ก็ได้แต่รับรู้อยู่เฉยๆ ว่า กรรมมันตามสนองได้ เช่นนั้นเอง

แต่ไม่เคยเข้าใจหรือรู้สึกอย่างถ่องแท้นัก

จนกระทั่ง มันเกิดขึ้นกับตัวเอง

...

ฉัน ... เป็นผู้ถูกกระทำ

เขา ... เป็นผู้ก่อกรรม

เธอ ... เป็นผู้สนองกรรม

...

มันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เมื่อเทียบเท่ากับ กรรมที่ตามสนองคนหลายคน

แต่มันเป็นกรรมที่ฉันเห็นได้ทันตาทีเดียว เพราะมันเกิดขึ้นต่อหน้า ต่อตา

ที่นี่ ... บนจอสี่เหลี่ยมนี้ ...

...

เขาทำให้ฉันต้องเจ็บช้ำใจ

เขาลวงหลอก เขาปกปิด

และจากไปอย่างไม่ไยดี

...

เธอกำลังสนองกรรมนี้คืนให้กับเขา

ส่วนฉันเป็นเพียงผู้รับรู้ และเฝ้าดูผลกรรม

...

เขาโกหกว่าไม่มีเธอแล้ว

เธอก็หลอกเขาว่าไม่มีใครอีกคนแล้วเช่นกัน

...

เขาปกปิดการติดต่อคบหากับเธอ

เธอปกปิดการไปหาใครคนนั้นถึงอเมริกา

...

เขาลวง เขาหลอก ว่าฉันเป็นคนรัก

บอกกล่าวกับฉันว่า เธอเป็นเพียงอดีต และเขามีเพียงฉันเท่านั้น

เธอลวง เธอหลอก ว่าเขายังเป็นคนรัก

หากแต่บอกกล่าวกับผู้อื่นว่า เขาเป็นเพียงอดีต และเธอก็มีใครอีกคน

...

เขา block ฉันไม่ให้ติดต่อเมื่อยามรำคาญใจ

เธอ block เขาไม่ให้ติดต่อเมื่อเธออยู่ไกลกับใครคนอื่น

...

ทำเช่นไร คืนมาเช่นนั้น มิแผกกัน

กงเกวียน กำเกวียน

...

ฉันเห็น ฉันรู้ และเฝ้ามองดู

...

ไม่อาจบอกกล่าวได้ ด้วยไม่อยากเกี่ยวบ่วงกรรมมากไปกว่านี้

ขอเป็นเพียงผู้ถูกกระทำ เพื่อใช้หนี้กรรมให้หมดสิ้น

ไม่ขอร่วมสนองกรรมไปพร้อมๆ กับเธอผู้นั้น

...

กรรมใดใครก่อ ... มันกำลังคืนสนอง

...

ฉันรอคอยวันที่มันจะจบลง ... จบสิ้นลง

เฝ้ารอคอยวันที่เขาจะได้รู้ความจริง

...

เมื่อเวลานั้นมาถึง

แยกไม่ออก ... จะ สงสาร หรือ สมเพชใจ ดี

...

ปล.

วันนี้เขียน ออกแนวจองเวร แค้นโหด

แต่ที่ทำจริงก็เพียงเฝ้าดูห่างๆ และรำลึกเสมอ ... กรรม กรรม

สัพเพ สัตตา อะเวรา (โหนตุ)

สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา

สัพเพ สัตตา อะนีฆา (โหนตุ)

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

₪ ~ A n E M o S ~ ₪

ปล.

ขอบคุณนะคะ ที่บอกมาว่าเขียนผิด ปกติใช้ผิดมาตลอดเลย

ต้องเป็น กงเกวียน - กำเกวียน จริงๆ ด้วยคะ

ไม่ใช่ กงกรรม กงเกวียน

ขอบคุณคะ

อ่านเรื่อง blog กับ diary แล้วรู้สึกว่า การมาเขียน blog เนี่ย มันดูมีสาระ มากกว่าเยอะ

แต่ไม่ใช่ diary ไม่ดี เพียงแต่ มันเป็นการใช้ประโยชน์คนละอย่างกันต่างหาก

ในความคิดของชั้น

diary ไว้บันทึกความทรงจำ หรือ เรื่องราว ความรู้สึก ของเรา ในขณะหนึ่งๆ

ส่วน blog เป็นยังงัย ยังไม่มั่นใจนัก แต่เท่าที่อ่านแล้วศึกษาดู

ดูเหมือนควรจะเขียนสิ่งที่เป็นประโยชน์

หรือเป็นที่สนใจกับคนอื่นมากกว่าการเขียนเรื่องตัวเอง

...

มาใช้ blog ก็เริ่มหนักใจ

จะทำยังงัยให้มันเหมาะสมดีนะ

ชั้นก็ไม่ถนัดเรื่องใดเป็นพิเศษนัก

อาจขีดๆ เขียนๆ อะไรที่พออ่านได้บ้าง บางเวลา

แต่ก็ไม่ถึงกับจะเอามาเป็นธีมหลักของ blog ได้แต่อย่างใด

....

เห็นที ที่ชอบเขียนบ่อยๆ คงไม่พ้นเรื่องวิจารณ์นั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย

ทั้งสังคม หนังสือ ละคร หนัง จนถึงตัวเอง

ทำตัวเหมือนเป็นสายลมที่พัดผ่านทั่วโลก แล้วเก็บแง่คิดมานำเสนอ

มันเป็นความเห็นส่วนตัว ที่อยากเอามาแชร์กัน

เผื่อได้เห็นมุมมองใหม่ๆของคนอื่นบ้าง ... คิดแล้วก็ น่าสนุกดีนะ

....

จะเป็น blog ช่างวิจารณ์ หรือ blog พูดมากก็ไม่รู้สิ

เอาเถอะ ลองดูสักหน่อย ... คงไม่เสียหาย จริงม่ะ

₪ ~ A n E M o S ~ ₪

ได้ไปอ่านจาก blog หนึ่งมา เค้าบอกว่า ไม่อยากให้คิดว่า ที่นี่เป็น temporary

อืมม ... อยากจะบอกว่า คงไม่คิดว่าเป็น temp หรอกคะ

เพราะเคยเข้ามาเมียงมองดูหลายรอบแล้ว รู้สึกว่าน่าสนใจดี เพียงแต่ว่ายังไม่ว่างพอจะเข้ามาจริงจัง

คราวนี้คงเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นที่นี่ ... และคงจะอยู่ที่นี่อีกนาน...

you're not just my temporary home .... ^^

edit by ₪ ~ A n E M o S ~ ₪

หลังจากเดินไปเดินมา สำรวจ blog ใหม่ๆ เรื่อยๆ

เริ่มเข้าใจ แล้วก็เห็นใจชาว exteen พอดู

มีหลายคนที่ย้ายมาจากไดอารี่ แล้วก็เห็นที่นี่เป็นแค่ไดอารี่อีกแห่ง

มีหลายคนที่ย้ายมาเพราะคนอื่นๆ เค้าว่ากันว่าให้มาที่นี่

มาโดยไม่รู้จัก blog เลย

ถ้าเป็นคนที่เขียน blog จริงจัง ก็ออกจะขัดๆ ตาอยู่บ้าง

แต่ก็อยากให้โอกาสคนใหม่ๆที่อพยพมามั่ง

เค้าคงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้แล้วรู้จักที่นี่ ... เช่นเดียวกับชั้น

ไม่ว่า diarist หรือ blogger ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกับที่ใหม่ๆ ทั้งนั้น

ขอที่ที่พวกคุณบอกว่าเป็น "home" ให้เป็นบ้านของเราบ้าง ... หวังว่าจะยินดีใช่มั้ยคะ

....

ฟังดูเหมือนพวกคนต่างด้าวหนีเข้าเมือง แล้วต้องหัดร้องเพลงชาติเลยแหะ ^^"

เอ่อ ... ต้องไปลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวมั้ยเนี่ย = ='

....

edit by ₪ ~ A n E M o S ~ ₪